HOME

READING NOTES

Hidden Potential

Jun 7, 2026 book
On this page

Creatures of Discomfort

วิธีที่ช่วยให้เราเรียนรู้ได้เร็วที่สุดไม่ใช่การรอจนกว่าตัวเองจะพร้อม หรือเลือกทำเฉพาะเรื่องที่เราถนัด แต่คือการเรียนรู้ที่จะ “อยู่ร่วมกับความรู้สึกอึดอัดและเป็นมิตรกับมัน” (( discomfort - ความรู้สึกไม่สบายใจหรือความยากลำบากเมื่อต้องทำสิ่งใหม่ ๆ ที่ไม่คุ้นเคย )) เราจำเป็นต้องฝึกความกล้า 3 รูปแบบ ได้แก่:

  • กล้าที่จะปล่อยมือจากวิธีเดิม ๆ ที่คุ้นชิน เพื่อเปิดโอกาสให้ตัวเองได้ลองหาวิธีใหม่ที่ดีกว่า
  • กล้าที่จะเริ่มต้นลงมือทำทั้งที่ยังไม่พร้อม เพราะการรอให้พร้อมมักจะทำให้ไม่ได้เริ่มเสียที
  • กล้าที่จะยอมรับและทำผิดพลาดให้มากขึ้น เพราะความผิดพลาดเป็นสะพานเชื่อมไปสู่การเรียนรู้ที่แท้จริง

How learning actually happens


Human Sponges

การทำตัวให้เหมือนฟองน้ำ (( Being a sponge - การมีนิสัยรักการเรียนรู้และเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ เสมือนฟองน้ำที่คอยซึมซับน้ำ )) เปรียบได้กับฟองน้ำทะเลที่มีความสามารถหลัก 3 ประการ คือ:

  • ดูดซับ
  • กรองออก
  • ประยุกต์

การทำเช่นนี้คือการเลือกสรรอย่างเหมาะสม ไม่ใช่การดูดซับทุกสิ่งเข้ามาโดยไม่คิดวิเคราะห์ (( Passive - การรับข้อมูลเข้ามาฝ่ายเดียวโดยไม่ได้วิเคราะห์หรือตอบสนองกลับ ))

หัวใจสำคัญคือการพยายามทำงานอย่างชาญฉลาด (( work smart - การทำงานที่เน้นประสิทธิภาพและการวางแผนเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด )) แทนที่จะเป็นแค่การทำงานหนักด้วยแรงหรือเวลาเพียงอย่างเดียว (( work hard - การโหมทำงานหนักโดยไม่ได้ไตร่ตรองถึงวิธีที่ดีกว่า ))

  • แบบยาง (( Rubber - ยางที่สะท้อนข้อมูลออกไป )) กับอัตตาตนเอง (( ego - ความยึดมั่นในตัวเองหรือการรักศักดิ์ศรี )) = กลุ่มคนที่ตอบโต้เร็ว (( reactive - การตอบสนองตามสัญชาตญาณหรืออารมณ์ทันทีโดยไม่ยั้งคิด )) และขับเคลื่อนด้วยอัตตา (( ego driven - การขับเคลื่อนด้วยความต้องการปกป้องภาพลักษณ์ของตัวเอง )) จึงคอยจำกัดและปิดกั้นข้อมูล ข้อมูลป้อนกลับ หรือคำแนะนำต่าง ๆ (( input - ความคิดเห็นหรือข้อมูลที่ผู้อื่นส่งมอบให้ )) ที่อาจสั่นคลอนหรือเป็นภัยต่อภาพลักษณ์ของตัวเอง
  • แบบเทฟลอน (( Teflon - สารเคลือบกระทะที่ทำให้อะไรก็ไม่ติดเกาะ )) กับอัตตาเชิงรุก (( proactive ego - การพยายามควบคุมภาพลักษณ์ล่วงหน้า )) = กลุ่มคนที่กระตือรือร้นออกไปขอข้อมูลสะท้อนกลับ (( feedback - ข้อมูลสะท้อนกลับเกี่ยวกับผลงานหรือพฤติกรรม )) แต่เมื่อได้รับความเห็นด้านลบหรือคำวิจารณ์ (( negative - ข้อติชมเพื่อการปรับปรุงในเชิงลบ )) กลับปัดทิ้งทันที เพราะทนความรู้สึกอึดอัดนั้นไม่ได้
  • แบบดินเหนียว (( Clay - ดินเหนียวที่เปลี่ยนรูปตามแรงบีบ )) กับการเติบโตแบบตั้งรับ (( reactive growth - การเติบโตที่เกิดขึ้นเมื่อมีแรงผลักดันภายนอกเท่านั้น )) = กลุ่มคนที่ยอมรับคำชี้แนะและสอนได้ดี (( coachable / teachable - การเป็นคนที่ยอมรับฟังข้อคิดเห็นเพื่อการปรับปรุงและสอนง่าย )) และยอมรับความอึดอัดใจได้ แต่ไม่พยายามออกไปหาความรู้เพิ่มเติมด้วยตัวเองนอกจากข้อมูลที่หาได้ง่าย ๆ รอบตัว จึงต้องรอให้ผู้อื่นคอยขัดเกลาและชี้แนะอยู่เสมอ (( shape - การปรับแต่งพฤติกรรมหรือแนวคิดโดยผู้อื่น ))
  • แบบฟองน้ำ (( Sponge - ฟองน้ำที่ดูดซับและปรับตัวตามภาชนะ )) กับการเติบโตเชิงรุก (( proactive growth - การมุ่งมั่นพัฒนาตัวเองด้วยความคิดริเริ่มของตนเอง )) = จุดที่ลงตัวและให้ผลลัพธ์ดีที่สุด (( sweet spot - จุดที่สมดุลและมีประสิทธิภาพสูงสุด )) เป็นผู้ที่พร้อมลงมือทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวเอง และปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ ๆ อย่างสม่ำเสมอ (( adapt - การปรับเปลี่ยนตนเองให้สอดคล้องกับสถานการณ์หรือข้อมูลใหม่ ))

เคล็ดลับ: เปลี่ยนจากการขอข้อมูลสะท้อนกลับ (( feedback - การถามว่าสิ่งที่เราทำไปแล้วเป็นอย่างไร )) มาเป็นการขอคำแนะนำ (( advice - การถามเพื่อขอคำแนะนำสำหรับใช้พัฒนาและปรับปรุงต่อในอนาคต ))

feedback vs advice

ก่อนตัดสินใจรับคำแนะนำจากใคร ให้ทบทวนหลัก 3 ข้อนี้ก่อนเสมอ:

  • เขาใส่ใจและหวังดีกับเราจริงหรือไม่ (( care - ความใส่ใจและความหวังดีที่มีต่ออนาคตและความก้าวหน้าของเรา ))
  • เขามีความน่าเชื่อถือและความเชี่ยวชาญในเรื่องนั้น ๆ หรือไม่ (( credibility - ความน่าเชื่อถือ รวมถึงทักษะและประสบการณ์จริงในสาขานั้น ๆ ))
  • เขาคุ้นเคยและเข้าใจบริบทกับเป้าหมายของเราดีพอหรือไม่ (( familiar - ความเข้าใจอย่างเพียงพอต่อภูมิหลังและเป้าหมายส่วนตัวของเรา ))

หากคำแนะนำนั้นผ่านเกณฑ์ครบทั้งสามข้อ ก็ถือเป็นสิ่งมีค่าที่เราควรใส่ใจและนำมาปรับใช้ในการเรียนรู้ (( mine this for gold - การเสาะแสวงหาและคัดเลือกสิ่งที่มีคุณค่าที่สุดมาเป็นแนวทางในการพัฒนาตัวเองอย่างตั้งใจ ))

การทำตัวเปรียบเสมือนฟองน้ำไม่ได้เป็นเพียงทักษะเฉพาะบุคคลในการพัฒนาเชิงรุก (( proactive skill - ทักษะการริเริ่มปฏิบัติและการเรียนรู้พัฒนาด้วยตัวเองโดยไม่รอการสั่งการ )) เท่านั้น แต่ยังเป็นทักษะที่เกื้อหนุนสังคม (( prosocial skill - ทักษะและพฤติกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น รวมถึงช่วยส่งเสริมสัมพันธภาพอันดีในส่วนรวม )) เพราะเราไม่ได้ซึมซับความรู้เพื่อผลักดันตัวเองให้เติบโตเพียงลำพัง แต่ยังช่วยให้คนรอบตัวได้เรียนรู้และเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน


The Imperfectionists

wabi-sabi — เห็นความงามในความไม่สมบูรณ์แบบ

The Imperfectionist — เลือกทำบางอย่างให้ดีที่สุด และทำสิ่งอื่นให้ดีในระดับที่พอดี Perfectionist — ต้องการทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบไร้ข้อผิดพลาด (Zero Defect)

การมี High Personal Standard ดีกว่าการพยายามเป็น Perfectionist การตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนและท้าทายพอประมาณ จะช่วยให้พัฒนาได้ดีกว่าการบอกเพียงว่าให้ทำให้เต็มที่

TBC